http://krupawana.igetweb.com
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

สถิติ

เปิดเว็บ17/03/2010
อัพเดท22/03/2017
ผู้เข้าชม882,485
เปิดเพจ1,637,477

อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น

อยากให้อ่านตรงนี้ก่อน

กำเนิดของเศรษฐกิจพอเพียง

พ่อหลวงในดวงใจของฉัน

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน

วิธีทำผลิตภัณฑ์ชีวภาพในครัวเรือนสูตรชีวภาพ

ทำการเกษตรวิธีอินทรีย์ชีวภาพดีกว่าใช้สารเคมี

การพึ่งพาภูมิปัญญาอย่างพอเพียง

ปฎิทิน

« August 2017»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  
iGetWeb.com
AdsOne.com

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเบื้องต้นในด้านการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม


              หลายคนมักพูดว่ามนุษย์กำลังถูกธรรมชาติลงโทษ แต่จากที่เห็นๆกันนั้นไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ พืช หรือสิ่งแวดล้อมกำลังถูกมนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละกลั่นแกล้ง ที่เห็นได้ชัดเจนประการหนึ่งก็คือผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากการที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรไม่เป็น และใช้เกินความจำเป็น ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องให้ความร่วมมือกันฟื้นฟูความสมดุลของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นได้ง่ายๆจากการปรับเปลี่ยนวิธีการต่างในกิจวัตรประจำวันโดยต้องหันกลับมาใช้วิถีชีวิตที่เกื้อกูลธรรมชาติให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร อาบน้ำ ซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร ฯลฯ โดยนำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพเบื้องต้นมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น เช่น พยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ใช้สารเคมีในการผลิตมากเกินความจำเป็น ลดปริมาณการทิ้งขยะหรือสารเคมีลงในสิ่งแวดล้อม(ทั้งในดิน น้ำ อากาศ)ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การใช้น้ำหมักชีวภาพทดแทนการใช้สารเคมีในการซักล้าง ทำความสะอาด หรือการสุขาภิบาลต่างๆ  ซึ่งถ้าทำได้ก็จะส่งผลให้ธรรมชาติมีความสมดุลมากขึ้น สิ่งแวดล้อมมีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ทั้งเป็นการน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่าด้วยการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง(ความพอประมาณ ความมีเหตุมีผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว)มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติเพื่อความสงบสุขของชีวิตตนเองและสังคมส่วนรวม

          จากที่เคยกล่าวถึงจุลินทรีย์มาแล้วในเรื่อง"ข้อควรทราบก่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน" ในด้านของสิ่งแวดล้อมนั้นจุลินทรีย์มีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตทั้งคน พืช และสัตว์เป็นอย่างมาก เพราะจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์จะช่วยทำให้ดิน น้ำและระบบนิเวศน์เกิดความอุดมสมบูรณ์ คน พืชและสัตว์จะมีสุขภาพแข็งแรง แต่จุลินทรีย์กลุ่มทำลายจะทำให้เกิดสิ่งปฏิกูล สารพิษ หรือกลิ่นเหม็นต่างๆ ทำให้น้ำเน่าเสียเป็นตะกอน น้ำทะเลเป็นสีแดง สิ่งมีชีวิตเกิดโรคภัยไข้เจ็บ สัตว์น้ำจะตายจากการขาดออกซิเจน  จากหลักการนี้เอง เราสามารถนำภูมิปัญญาของตนเองมาจัดใช้ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่มากมายรอบๆตัวให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดได้ นั่นก็คือนำอินทรีย์วัตถุต่างๆทั้งที่เป็นขยะและไม่เป็นขยะ และ จุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์(ซึ่งบางชนิดมีอยู่ในธรรมชาติที่สะอาด)เพื่อประโยชน์ในด้านการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ดังนี้

         1. ลดปริมาณขยะหรือสิ่งปฏิกูลประเภทอินทรียวัตถุในครัวเรือน สถานประกอบการ และชุมชน
 
                  เราสามารถนำขยะประเภทอินทรียวัตถุ ที่เกิดจากครัวเรือน สถานประกอบการและชุมชน เช่น เปลือกผัก ผลไม้ที่สุกงอม เศษอาหาร เศษใบไม้ใบหญ้าที่ตัดแต่งทิ้ง ผลไม้ที่ร่วงหล่น หรือซากสัตว์ที่ตายแล้ว นำมาหมักร่วมกับจุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์และกากน้ำตาล ให้ย่อยสลายเป็นสารอินทรีย์ชีวภาพ เช่น ปุ๋ยหมักหรือน้ำหมักชีวภาพ ก็จะเป็นการการลดปริมาณขยะที่จะต้องทำลายทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ทั้งยังช่วยประหยัดแรงงาน เวลา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่งขยะไปกำจัดด้วยวิธีอื่น ๆที่อาจก่อให้เกิดมลภาวะที่เป็นอันตรายต่อคน สัตว์และสิ่งแวดล้อม
 
         2. ได้สารชีวภาพที่มีคุณสมบัติช่วยปรับปรุงและรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์

                 จากการหมักซากอินทรีย์วัตถุให้ย่อยสลายสารชีวภาพแล้วจะสามารถนำมาใช้ในการปรับปรุงและรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ได้  เช่น
                 2.1 ปุ๋ยหมักชีวภาพ นำไปใช้ในการปรับปรุงโครงสร้างและบำรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น
                 2.2 น้ำหมักชีวภาพ(เลือกใช้สูตรให้เหมาะสม)นำไปใช้ปรับปรุงและรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์   ดังนี้
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรขยะเศษอาหาร หรือน้ำซาวข้าว)ไปราดลงในโถส้วมเป็นประจำ(ครั้งละ 1 ลิตร) จะทำให้ส้วมไม่เต็มและช่วยบรรเทาอาการส้วมเต็มหรือส้วมมีกลิ่นเหม็นได้(การใช้ผลิตภัณฑ์เคมีในการทำความสะอาดห้องน้ำเป็นประจำ สารเคมีจะไปทำลายจุลินทรีย์ให้มีปริมาณน้อยลง กระบวนการย่อยสลายอินทรียวัตถุจึงน้อยลง  ส้วมจึงเต็มเร็ว)
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรผลไม้ หรือสูตรน้ำซาวข้าว)ไปผสมน้ำ อัตราส่วน1 ต่อ 10 ฉีดพ่นในห้องต่างๆ เช่น ห้องครัวหรือห้องสุขา จะช่วยลดกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับต่างๆได้
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรผลไม้เปรี้ยว หรือสูตรน้ำซาวข้าว)ไปผสมน้ำ อัตราส่วน 1 ต่อ 10 ล้างพื้นห้องน้ำ ห้องสุขา  หรือใช้ชนิดเข้มข้นเช็ดถูเครื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ จะช่วยให้ล้างคราบสกปรกคราบไขมันหรือคราบหินปูนออกได้ง่ายขึ้น คราบสกปรกจะไม่จับพื้นผิวสุขภัณฑ์ง่าย และจะไม่ระคายเคืองต่อตา จมูกและผิวหนัง เหมือนกับการใช้สารเคมี
                       - นำน้ำหมักชีวภาพไปผสมน้ำ อัตราส่วน1 : 100 ฉีดพ่นบริเวณถังขยะหรือกองขยะ จะช่วยลดกลิ่นเหม็นและลดปริมาณแมลงวัน แมลงหวี่ 
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรน้ำซาวข้าว)ผสมน้ำ อัตราส่วน 1 ต่อ 10 ฉีดพ่นบริเวณห้อง ซอกมุมอับทั่วบ้าน  พงหญ้าหรือบริเวณรอบๆที่อยู่อาศัยเป็นประจำจะค่อยๆช่วยลดปริมาณแมลงสาบ ยุง แมลงวัน  แมลงหวี่ (จุลินทรีย์จะไปทำให้วงจรชีวิตและการเจริญเติบโตของแมลงผิดปกติ ไม่พัฒนาเป็นตัวเต็มวัย สืบพันธุ์ไม่ได้)
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรน้ำซาวข้าว)ไปผสมในอาหารหรือน้ำดื่ม ในอัตราส่วน 1 : 1,000 ให้สัตว์เลี้ยงกินเป็นประจำ จะช่วยลดกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์เพราะจุลินทรีย์กลุ่มทำลายที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารทำกิจกรรมได้น้อยลง
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรขยะเศษอาหาร หรือน้ำซาวข้าว)ไปเทราดในท่อระบายน้ำ ท่อน้ำทิ้ง (อัตราส่วน 1 : 200)หรือเทลงในแหล่งที่มีน้ำเน่าเสีย(อัตราส่วน 1 : 500) จะช่วยลดกลิ่นเหม็นและลดการเน่าเสียของน้ำได้
                       - นำน้ำหมักชีวภาพ(สูตรเศษผัก ผลไม้ หรือซากสัตว์)ผสมน้ำ อัตราส่วน 1 : 1,000 รดต้นไม้เป็นประจำ จะช่วยส่งเสริมให้พืชแข็งแรง มีความต้านทานโรคสูง เจริญเติบโตดี ผลิตออกซิเจน และเป็นแหล่งปัจจัย 4
                  2.3
ทำจุลินทรีย์ดินระเบิด โยนลงในน้ำเพื่อบำบัดน้ำเสีย 
                        นำดินร่วนกับปุ๋ยหมักชีวภาพ อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใช้น้ำ 10 ลิตร กากน้ำตาล 1 ลิตร หัวเชื้อจุลินทรีย์ 20 ซีซี ผสมให้เข้ากันราดลงบนดินที่เตรียม ไว้ให้ดินมีความชื้นประมาณ 50% หรือเมื่อใช้มือกำดินจะจับกันเป็นก้อนแต่ไม่มีน้ำไหลออกจากง่ามมือ จากนั้นปั้นดินเป็นก้อนกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 เซนติเมตร นำไปวางเรียงชั้นเดียวในที่ร่มแล้วคลุมด้วยกระสอบป่านหรือวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี ทิ้งไว้ 5-7 วัน ดินจะเป็นก้อนแข็งมีราสีขาวขึ้นเต็ม นำดินระเบิดที่ได้โยนลงในน้ำที่เน่าเสีย จะช่วยบำบัดน้ำเสียให้เป็นน้ำดีได้


        3.ได้สารชีวภาพที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดและลดการทำงานของจุลินทรีย์กลุ่มทำลาย

                เราสามารถนำผลไม้รสเปรี้ยว ที่แก่จัด สุกงอม รวมถึงเศษและเปลือกผลไม้ เช่น มะเฟืองสุก  เปลือกสับปะรด เปลือกส้มโอ มะนาวที่คั้นน้ำออกแล้ว มะกรูดที่นำผิวไปใช้แล้ว ฯลฯ มาหมักเป็นน้ำหมักชีวภาพใช้สำหรับการทำความสะอาดได้ โดยเลือกใช้วัตถุดิบให้เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน(ใช้กับร่างกายหรือสิ่งของอื่นๆ) ซึ่งน้ำหมักจากผลไม้นี้ มีฤทธิ์เป็นกรด มีคุณสมบัติช่วยสลายไขมัน หรือขจัดคราบสกปรกต่างๆได้ดี และจะมีกลิ่นหอมของผลไม้หรือกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในเปลือกด้วย  นอกจากนี้ จุลินทรีย์กลุ่มสร้างสรรค์ที่อยู่ในน้ำหมักชีวภาพ จะไปยับยั้งหรือลดการทำงานของจุลินทรีย์กลุ่มทำลาย เมื่อทิ้งน้ำจากการซักล้างลงในธรรมชาติก็จะทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการซักล้างด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารเคมี

         น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้หลายอย่าง  เช่น
               - ใช้ล้างผักผลไม้  นำน้ำหมักชีวภาพผสมในน้ำล้างผัก(อัตราส่วน 1 ต่อ 20)จะช่วยล้างสารพิษตกค้างในผักผลไม้ ช่วยให้ผักผลไม้กรอบขึ้น สดขึ้น และยืดอายุการเก็บรักษา 
               - ใช้ผสมน้ำถูพื้น นำน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำ(อัตราส่วน 1 ต่อ 10) ทำความสะอาดเช็ดถูพื้น
จะสลายคราบสกปรกได้ดี  พื้นสะอาด  ฝุ่นผงไม่เกาะพื้นง่าย
               - ใช้ผสมกับน้ำเช็ดกระจก นำน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำ(อัตราส่วน 1 ต่อ 10) จะสลายคราบสกปรกได้ดี  กระจกใสสะอาด         
               - ใช้ผสมในน้ำยาซักผ้า(10 %)หรือผสมกับน้ำที่ซักผ้า (อัตราส่วน 1 ต่อ 5) แช่ผ้าไว้อย่างน้อย 30 นาที จะซักผ้าให้สะอาดได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าจะแช่ผ้าทิ้งไว้นานข้ามคืน น้ำที่แช่ผ้าก็จะไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนกับการใช้ผงซักฟอกทั่วๆไปที่มีแป้งเป็นส่วนผสม ผ้าที่แห้งแล้วจะไม่มีกลิ่นอับชื้น เสื้อผ้าที่สวมใส่แล้วจะมีกลิ่นเหม็นน้อยลง   
               -  ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาล้างจาน(10 %) หรือผสมกับน้ำที่ล้างจาน(อัตราส่วน 1 ต่อ 20) จะสลายคราบสกปรกและไขมันได้ดีขึ้น ล้างภาชนะให้สะอาดได้ง่ายขึ้น ช่วยดับกลิ่นคาว กำจัดเชื้อโรคและเชื้อรา
               -  ใช้เป็นส่วนผสมในแชมพูสระผม หรือครีมนวดผม (10 %)จะทำให้ผมสะอาด  นุ่มสลวย  ช่วยลดหรือยับยั้งการเกิดรังแค
               - ใช้เป็นส่วนผสมในสบู่เหลวอาบน้ำ(3-5 %)จะทำให้ผิวสะอาด ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ช่วยลดสิวฝ้า ช่วยลดกลิ่นตัว ช่วยบรรเทาอาการโรคผิวหนังบางชนิด

    คุณเห็นหรือไม่ว่าการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพเบื้องต้นในชีวิตประจำวันเพื่อสิ่งแวดล้อมทำได้ไม่ยากเลยและเป็นประโยชน์โดยตรงกับตัวคุณเองและโลกของเรา และหวังว่าจากนี้ไปคุณคงเป็นคนหนึ่งที่เข้ามามีส่วนร่วมในขบวนการลดโลกร้อน

 

view

 หน้าแรก

 บทความ

 เว็บบอร์ด

 รวมรูปภาพ

 ติดต่อเรา

view